นโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับการใช้งานกล้องวงจรปิด (CCTV)

บริษัทในเครือชาญไพบูลย์

    เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของทุกคนที่เข้ามาในสถานที่ของเรา ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า พนักงาน ผู้มาติดต่อ หรือบุคคลอื่น ๆ

    นโยบายฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้คุณทราบอย่างชัดเจนว่า บริษัท ชาญไพบูลย์ เทรดดิ้ง (1972) จำกัด และบริษัทในเครือ (“บริษัท” “เรา” หรือ “ของเรา”) มีการใช้กล้องวงจรปิด (CCTV) อย่างไร รวมถึงเราเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และดูแลข้อมูลที่ได้จากกล้องวงจรปิดของคุณอย่างไร เราใช้ระบบ CCTV ในบริเวณที่จำเป็นของอาคาร สถานที่ และพื้นที่ของเรา เพื่อช่วยดูแลความปลอดภัย ป้องกันเหตุที่อาจก่อให้เกิดอันตราย รวมถึงปกป้องชีวิต ร่างกาย บุคคล และทรัพย์สิน บุคคลที่เข้ามาในพื้นที่ซึ่งมีการติดตั้ง CCTV อาจถูกบันทึกภาพ เสียง หรือพฤติกรรมบางอย่าง โดยข้อมูลดังกล่าวอาจสามารถนำมาใช้ระบุตัวบุคคลได้ เราอาจปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้เหมาะสมกับการดำเนินงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยจะแสดงฉบับล่าสุดไว้ในช่องทางที่เหมาะสมของบริษัท

1. เราเก็บข้อมูลอะไรจาก CCTV?

    เมื่อคุณเข้ามาในพื้นที่ที่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด ระบบ CCTV ของเราอาจบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคุณ เช่น

  • ภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว
  • ใบหน้าและลักษณะทางกายภาพ
  • เสียงของคุณ ในกรณีที่อุปกรณ์ CCTV สามารถบันทึกเสียงได้
  • ท่าทางหรือพฤติกรรมที่ปรากฏภายในพื้นที่ที่มีการติดตั้ง CCTV
  • วัน เวลา และสถานที่ที่มีการบันทึกภาพ
  • ข้อมูลอื่น ๆ ที่ปรากฏอยู่ในภาพหรือเหตุการณ์ที่กล้องบันทึกไว้

    ข้อมูลเหล่านี้เรียกรวมกันว่า “ข้อมูลจาก CCTV”

    เราเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในการดูแลความปลอดภัยและการดำเนินงานของบริษัท

2. เราใช้ข้อมูลจาก CCTV เพื่ออะไร?

    เราอาจเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย โอน หรือดำเนินการกับข้อมูลจาก CCTV เท่าที่จำเป็น เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น

เพื่อดูแลความปลอดภัยของคุณ

  • ปกป้องชีวิต ร่างกาย และความปลอดภัยของลูกค้า พนักงาน คู่ค้า และผู้มาติดต่อ
  • ป้องกันเหตุที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหาย
  • ช่วยตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ของบริษัท

เพื่อดูแลทรัพย์สินและสถานที่

  • ป้องกันการสูญหายหรือความเสียหายต่อทรัพย์สิน
  • ดูแลความปลอดภัยของอาคาร สำนักงาน คลังสินค้า และพื้นที่ของบริษัท
  • ป้องกันและตรวจสอบเหตุการณ์ เช่น การโจรกรรม การบุกรุก หรือการทำลายทรัพย์สิน

เพื่อช่วยตรวจสอบเหตุการณ์หรือข้อร้องเรียน

  • ตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือข้อพิพาท
  • สนับสนุนการตรวจสอบข้อร้องเรียน
  • ใช้เป็นข้อมูลประกอบการสอบสวนเหตุการณ์หรือการดำเนินการทางวินัยตามความเหมาะสม

เพื่อการสืบสวนและดำเนินการตามกฎหมาย

  • สนับสนุนการสืบสวนสอบสวนเมื่อเกิดเหตุ
  • ใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีหรือปกป้องสิทธิของบริษัท
  • ปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่ง หรือข้อกำหนดของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย
  • ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเมื่อมีเหตุอันสมควร

เพื่อปกป้องสิทธิและประโยชน์ของบริษัท

    เราอาจใช้ข้อมูลจาก CCTV เพื่อป้องกัน ตรวจสอบ หรือดำเนินการเกี่ยวกับการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อบริษัท ลูกค้า พนักงาน หรือบุคคลอื่น เช่น การทุจริต การประพฤติมิชอบ อาชญากรรม หรือเหตุการณ์ที่อาจทำให้เกิดความเสียหาย

    ทั้งนี้ เราจะดำเนินการเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับแต่ละกรณี โดยคำนึงถึงสิทธิและความเป็นส่วนตัวของบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วย

2.1 พื้นที่ที่มีการติดตั้ง CCTV

    เราจะติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดที่มีความจำเป็นต่อการรักษาความปลอดภัย เช่น ทางเข้า–ออก อาคาร พื้นที่ทำงาน คลังสินค้า ลานจอดรถ และบริเวณโดยรอบอาคาร เราจะไม่ติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่ที่มีความเป็นส่วนตัวสูง เช่น ห้องน้ำ หรือพื้นที่อื่นที่ไม่เหมาะสมต่อการบันทึกภาพ

2.2 ระบบ CCTV ทำงานอย่างไร?

โดยทั่วไป ระบบ CCTV ของเราอาจเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยดูแลความปลอดภัยของสถานที่และบุคคล อย่างไรก็ตาม ระบบอาจหยุดทำงานชั่วคราวในกรณีที่เกิดปัญหาทางเทคนิค ระบบขัดข้อง หรืออยู่ระหว่างการบำรุงรักษา

2.3 เราจะแจ้งให้คุณทราบอย่างไร?

เราจะติดตั้งหรือแสดง ป้ายแจ้งการใช้กล้องวงจรปิด (CCTV Notice) ในบริเวณที่เหมาะสม เพื่อให้คุณทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีการใช้งาน CCTV

3. ใครบ้างที่อาจเข้าถึงข้อมูลจาก CCTV?

    ข้อมูลจาก CCTV ของคุณจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ และเราจะจำกัดการเข้าถึงเฉพาะบุคคลหรือหน่วยงานที่มีความจำเป็นและเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายนี้ ในบางกรณี เราอาจเปิดเผยข้อมูลให้แก่

  • บริษัทในเครือของเรา
  • ผู้บริหารหรือพนักงานที่ได้รับมอบหมาย
  • บริษัทหรือผู้ให้บริการด้านระบบรักษาความปลอดภัย
  • ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีหรือระบบ CCTV
  • ผู้รับจ้างหรือคู่ค้าทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
  • พันธมิตรทางธุรกิจ หรือผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต
  • บริษัทประกันภัยหรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเหตุการณ์
  • หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย
  • บุคคลหรือหน่วยงานอื่นที่กฎหมายอนุญาตหรือกำหนดให้สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ 

    การเข้าถึงหรือเปิดเผยข้อมูลจะดำเนินการ เท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับแต่ละกรณี และเราจะพยายามควบคุมให้ข้อมูลได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย

4. การส่งหรือโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ

    ในบางกรณี เราอาจจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลจาก CCTV ไปยังผู้ให้บริการหรือบริษัทที่อยู่ในต่างประเทศ เช่น ผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยี ระบบจัดเก็บข้อมูล หรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย

 

    หากมีการโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ เราจะดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง และจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูลของคุณ

 

    ในกรณีที่ประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลที่แตกต่างจากประเทศไทย เราจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดก่อนการโอนข้อมูล

5. เราดูแลข้อมูลจาก CCTV อย่างไร?

    เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลจาก CCTV และจะจัดให้มีมาตรการด้านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อช่วยป้องกันข้อมูลจาก

  • การสูญหาย
  • การทำลาย
  • การเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • การนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • การเปลี่ยนแปลงแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • การเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

    เราจะจำกัดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่หรือมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูล และจะทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นระยะ เพื่อให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีและความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป

6. เราเก็บข้อมูลจาก CCTV ไว้นานแค่ไหน?

    เราจะเก็บข้อมูลจาก CCTV เท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ในการรักษาความปลอดภัยและการดำเนินงานของบริษัท

    ระยะเวลาในการเก็บรักษาอาจแตกต่างกันไปตามประเภทของข้อมูล เหตุการณ์ และความจำเป็นในการใช้งาน 

    หากข้อมูลเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ การร้องเรียน ข้อพิพาท การสอบสวน หรือการดำเนินคดี เราอาจเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้นานกว่าระยะเวลาปกติเท่าที่จำเป็น เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์นั้นและตามที่กฎหมายอนุญาต

    เมื่อพ้นระยะเวลาที่จำเป็นแล้ว เราจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ตามความเหมาะสม

7. คุณมีสิทธิอะไรเกี่ยวกับข้อมูลของคุณ?

    ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด คุณอาจมีสิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เช่น

  • ขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
  • ขอรับสำเนาข้อมูล
  • ขอให้โอนย้ายข้อมูลในกรณีที่กฎหมายกำหนด
  • ขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง
  • ขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล
  • ขอให้ทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
  • ขอให้ระงับการใช้ข้อมูลในบางกรณี
  • คัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลในบางกรณี
  • ถอนความยินยอม ในกรณีที่เราใช้ความยินยอมเป็นฐานในการประมวลผลข้อมูล

 

    อย่างไรก็ตาม สิทธิบางประการอาจมีข้อจำกัดตามกฎหมาย หรืออาจไม่สามารถดำเนินการได้ในบางกรณี เช่น เมื่อข้อมูลจำเป็นต่อการปฏิบัติตามกฎหมาย การป้องกันหรือดำเนินคดี หรือการปกป้องสิทธิและประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท

 

    หากคุณต้องการใช้สิทธิหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ สามารถติดต่อเราได้ตามรายละเอียดด้านล่าง

8. ติดต่อเรา

    หากคุณมีคำถาม ต้องการใช้สิทธิ หรือมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจากระบบ CCTV สามารถติดต่อเราได้ที่

บริษัท ชาญไพบูลย์ เทรดดิ้ง (1972) จำกัด

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer)

เลขที่ 94 ถ.อาคารสงเคราะห์
แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร
กรุงเทพมหานคร 10120

อีเมล: [email protected]

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller)

เลขที่ 94 ถ.อาคารสงเคราะห์
แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร
กรุงเทพมหานคร 10120

อีเมล: [email protected]

เราใช้ CCTV เพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่เพื่อรบกวนความเป็นส่วนตัว

     เราเข้าใจว่าความเป็นส่วนตัวเป็นเรื่องสำคัญ การใช้กล้องวงจรปิดของเราจึงมุ่งเน้นไปที่ การดูแลความปลอดภัย ป้องกันเหตุ และปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน โดยเราจะพยายามเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ดังกล่าว

บริษัท ชาญไพบูลย์ เทรดดิ้ง (1972) จำกัด และบริษัทในเครือ

ขอขอบคุณที่ไว้วางใจให้เราดูแลความปลอดภัยของคุณและพื้นที่ของเรา

ไซต์นี้ลงทะเบียนบน wpml.org เป็นไซต์สำหรับการพัฒนา เปลี่ยนไปใช้คีย์ไซต์สำหรับการผลิตเพื่อ remove this banner